
ระเบียบกรมทางหลวงชนบท
ว่าด้วยการชั่งน้ำหนัก น้ำหนักบรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลา
ของยานพาหนะบนทางหลวงชนบทในเขตความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท
พ.ศ.
2548
__________________
เพื่อให้การดำเนินการชั่งน้ำหนัก
น้ำหนักบรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลาของยานพาหนะที่เดินบนทางหลวงชนบทเป็นไปในแนวทางเดียวกัน
เพื่อความปลอดภัยในการจราจรขณะการปฏิบัติงานของหน่วยชั่งน้ำหนัก และเพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา 61
แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ในฐานะผู้อำนวยการ ทางหลวงชนบท
จึงออกระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า
ระเบียบกรมทางหลวงชนบทว่าด้วยการชั่งน้ำหนัก น้ำหนัก
บรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลาของยานพาหนะบนทางหลวงชนบทในเขตความรับผิดชอบของ
กรมทางหลวงชนบท พ.ศ. 2548
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป
องค์ประกอบและอำนาจหน้าที่
__________________
(1) หัวหน้าหน่วยชั่งน้ำหนัก จำนวน 1 คน
(2) พนักงานจัดยานพาหนะเข้าชั่ง จำนวน 2 คน
(3) พนักงานชั่งน้ำหนักยานพาหนะ จำนวน 2 คน
(4) พนักงานลงทะเบียนบัตร จำนวน 1 คน
หัวหน้าหน่วยชั่งน้ำหนักยานพาหนะจะต้องเป็นข้าราชการระดับ 5
ขึ้นไป
และต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าพนักงานทางหลวง
ข้อ 4 ให้หัวหน้าหน่วยชั่งน้ำหนักยานพาหนะมีหน้าที่ดังนี้
(1) เรียกยานพาหนะให้หยุดเพื่อทำการตรวจสอบน้ำหนักบรรทุก
ในกรณีที่เชื่อ หรือสงสัยว่ามีการบรรทุกน้ำหนักเกินอัตราที่กำหนด หรือในกรณีที่เชื่อว่ามีการกระทำความผิดตามกฎหมายทางหลวงอื่น ๆ
(2) จับกุมผู้กระทำความผิดตาม (1) เพื่อส่งตัวให้ตำรวจดำเนินคดีต่อไป
(3) ควบคุมและกำกับดูแลการปฏิบัติงานของพนักงานหน่วยชั่งน้ำหนัก
(4) ควบคุมการจัดทำรายงาน สถิติ จำนวน และชนิดของยานพาหนะที่เข้าชั่ง รวมทั้งจำนวนยานพาหนะที่บรรทุกหนักเกินอัตรา
และจำนวนน้ำหนักที่บรรทุกเกินอัตรา
(5) ติดต่อประสานงานกับส่วนราชการอื่น
ข้อ 5 ให้พนักงานจัดยานพาหนะเข้าชั่งมีหน้าที่ควบคุมและอำนวยความสะดวก ในการนำรถเข้าเครื่องชั่ง และงานอื่น ตามที่หัวหน้าหน่วยชั่งน้ำหนักมอบหมาย
ข้อ 6 ให้พนักงานชั่งน้ำหนักยานพาหนะมีหน้าที่ดังนี้
(1) จดเลขทะเบียนยานพาหนะ ประเภทยานพาหนะ สิ่งของที่บรรทุก และจดน้ำหนัก ทั้งเพลาหน้าและเพลาหลังของยานพาหนะโดยให้ปฏิบัติหน้าที่คนละด้าน
(2) ให้คำนวณว่าน้ำหนักยานพาหนะนั้นเกินอัตราตามที่กำหนดไว้ สำหรับยานพาหนะแต่ละประเภทหรือไม่
(3) งานอื่น ๆ ตามที่หัวหน้าหน่วยชั่งน้ำหนักมอบหมาย
ข้อ 7 ให้พนักงานลงทะเบียนบัตรมีหน้าที่ดังนี้
(1) กรอกรายละเอียดลงในบันทึกการชั่งน้ำหนัก
(2) กรณียานพาหนะที่เข้าชั่งมีน้ำหนักเกินอัตราที่กำหนด
ให้รายงานหัวหน้าหน่วยดำเนินการตามกฎหมาย
(3) ทำรายงานบันทึกผลการปฏิบัติงาน การชั่งน้ำหนักยานพาหนะ นำเสนอหัวหน้าหน่วยชั่งน้ำหนัก เพื่อรายงานผู้บังคับบัญชาต่อไป
(4) งานอื่น ๆ ตามที่หัวหน้าหน่วยชั่งน้ำหนักมอบหมาย
ข้อ
8 ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยชั่งน้ำหนักที่เป็นเจ้าพนักงานทางหลวงจะต้องแต่งเครื่องแบบและต้องมีบัตรประจำตัวเจ้าพนักงานทางหลวงพร้อมที่จะแสดงต่อประชาชนเพื่อให้เป็นไปตามมาตรา
23 วรรค 2 แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 ทุกครั้ง
ข้อ 9 การปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยชั่งน้ำหนักจะเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจมาร่วมปฏิบัติงานด้วยก็ได้
การตั้งจุดตรวจยานพาหนะเพื่อทำการชั่งน้ำหนัก
__________________
ข้อ 10 ให้ผู้อำนวยการสำนักทางหลวงชนบท ทางหลวงชนบทจังหวัด
เป็นผู้ พิจารณาอนุมัติให้มีการตั้งจุดตรวจยานพาหนะเพื่อทำการชั่งน้ำหนักในเขตพื้นที่รับผิดชอบ
ให้ผู้อำนวยการสำนักก่อสร้างทาง ผู้อำนวยการสำนักก่อสร้างสะพาน
เป็นผู้ พิจารณาอนุมัติให้มีการตั้งจุดตรวจยานพาหนะ เพื่อทำการชั่งน้ำหนักในสายทางที่รับผิดชอบ
ให้ผู้อำนวยการสำนักบำรุงรักษาและอำนวยความปลอดภัยงานทาง เป็นผู้พิจารณาอนุมัติให้มีการตั้งจุดตรวจยานพาหนะเพื่อทำการชั่งน้ำหนักได้ทั่วราชอาณาจักร
เมื่อมีการอนุมัติให้มีการตั้งจุดตรวจยานพาหนะเพื่อทำการชั่งน้ำหนักแล้ว ให้มีหนังสือแจ้งให้นายอำเภอท้องที่นั้นทราบ
ข้อ 11 เมื่อมีการอนุมัติให้มีการตั้งจุดตรวจยานพาหนะเพื่อทำการชั่งน้ำหนักแล้ว
ควรมีหนังสือแจ้งสถานีตำรวจที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้นเพื่อทราบและขอให้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างน้อย 2
นาย ไปร่วมดำเนินการ
ข้อ 12 การตั้งจุดตรวจยานพาหนะเพื่อทำการชั่งน้ำหนักควรปฏิบัติดังนี้
(1) เลือกจุดตรวจยานพาหนะที่สามารถมองเห็นเป้าหมายได้ในระยะไกล
(2) จุดตรวจต้องอยู่ในภูมิประเทศที่เหมาะสม
(ข) มีปริมาณการจราจรที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยในการจราจร และความ
ปลอดภัยของประชาชน
(ค) มีแสงสว่างในบริเวณที่จะตั้งจุดตรวจ
(3) จัดให้มีป้ายหยุดตรวจพร้อมสัญญาณไฟ 2
ชุด จัดตั้งไว้ดังนี้
(ก) ตั้งป้ายหนึ่งเป็นป้ายต้นด่าน เปิดสัญญาณไฟไว้ตลอดเวลา ตั้งไว้ก่อนถึงบริเวณจุดตรวจไม่น้อยกว่า 20 เมตร เพื่อแสดงให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะมองเห็นได้ในระยะไกลว่าเป็นจุดตรวจหรือมีเหตุเกิดขึ้นข้างหน้าจะได้ชะลอความเร็วของรถลง
(ข)
ตั้งป้ายอีกป้ายหนึ่งอยู่ปลายจุดตรวจ เปิดสัญญาณไฟไว้ตลอดเวลา อยู่ห่างจากป้ายหยุดตรวจต้นด่านไม่น้อยกว่า 50 เมตร
(ค) จัดให้มีรถคันหนึ่งที่มีสัญญาณไฟบนหลังคาจอดทำมุมประมาณ 30 องศา กับขอบไหล่ทางด้านซ้าย ณ บริเวณปลายจุดตรวจ โดยให้มีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ตลอดเวลาจำนวน 2 นาย ทำหน้าที่คนขับ 1
นาย และเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ
1 นาย เพื่อทำหน้าที่ติดตามยานพาหนะ ที่ไม่ยอมหยุดให้ตรวจ
(4) ควรจัดให้มีอุปกรณ์สื่อสารประจำจุดตรวจยานพาหนะ
วิธีการจับกุม
__________________
ข้อ 13 หากพบว่ามีการบรรทุกน้ำหนักเกินอัตราที่กำหนด หรือพบการกระทำความผิดตามกฎหมายทางหลวงอื่น
ๆ ให้ปฏิบัติดังนี้
(1) ต้องแจ้งแก่ผู้ถูกจับด้วยว่าเขาต้องถูกจับ
(2) ต้องแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องถูกจับทราบ
(3)
เชิญหรือจับกุมผู้กระทำความผิดพร้อมยานพาหนะไปยังที่ทำการของตำรวจผู้รับผิดชอบในท้องที่นั้น เพื่อดำเนินคดีโดยทันที
(4) แจ้งสิทธิของผู้ถูกจับให้ทราบว่า
(ก) ผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือให้การก็ได้ และถ้อยคำของผู้ถูกจับนั้น
อาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้
(ข)
ผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความ หรือผู้ซึ่งจะเป็นทนายความได้
(5) จัดทำบันทึกการจับกุมตามแบบฟอร์มที่กำหนด
(6) ยึดยานพาหนะซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดส่งให้ตำรวจดำเนินคดี
